UN แสดงความกังวลกรณีอิสราเอลสั่งให้ผู้คนในกาซาอพยพรอบใหม่

สหประชาชาติแสดงความกังวลอย่างยิ่งกรณีกองทัพอิสราเอลสั่งอพยพครั้งล่าสุดให้ผู้คนออกจากพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ในภาคใต้ของกาซา

เมื่อวันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม กองทัพอิสราเอลสั่งให้ประชาชนในข่าน ยูนิส, ราฟาห์ และส่วนอื่น ๆ ในภาคใต้ของกาซา ออกจากพื้นที่นั้น ๆ ทันที

ในการแถลงข่าวที่มีกำหนดกระทำเป็นประจำ เมื่อวันอังคารที่ 2 นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติกล่าวว่า คำสั่งนี้มีผลครอบคลุมพื้นที่ 117 ตารางกิโลเมตร หรือราวหนึ่งในสามของฉนวนกาซา

เขาชี้ว่า ประชาชนราว 250,000 คนจะจำต้องอพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งนี่ทำให้เป็นการอพยพครั้งที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เมื่อการต่อสู้เปิดฉากขึ้นและมีการสั่งให้บรรดาผู้อยู่อาศัยอพยพออกจากภาคเหนือของกาซา

นายดูจาร์ริกกล่าวว่า “การอพยพของผู้คนจำนวนมากมายเช่นนี้มีแต่ทำให้พลเรือนต้องทุกข์ยากกันหนักขึ้นไปอีก และส่งผลให้ความจำเป็นด้านมนุษยธรรมเพิ่มขึ้นอีก”

ผู้ประสานงานอาวุโสด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูบูรณะกาซา นางซิคริด กาค์ รายงานต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันอังคารที่ 2 กรกฎาคมว่า ผู้คน 1 ล้าน 9 แสนคนทั่วกาซา กลายเป็นคนพลัดถิ่นฐาน

นางกาค์กล่าวว่า ผลกระทบของคำสั่งอพยพรอบใหม่นี้ที่มีต่อผู้คนที่เป็นพลเรือนนั้นหนักหนาสาหัส และว่า "ไม่มีที่ใดปลอดภัย" ในกาซา