ผู้นำยูเครนกล่าวหารัสเซียว่าใช้โดรนโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเมืองคาร์คิฟ

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีแห่งยูเครน กล่าวหารัสเซียว่าเป็นตัวการสังหารผู้คน 7 คน ซึ่งรวมถึงเด็ก 3 คน ในการโจมตีด้วยโดรนที่เมืองคาร์คิฟ ทางตะวันออกของยูเครน

การโจมตีคาร์คิฟ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองของยูเครนเกิดขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 9 ไปจนถึงวันเสาร์ 10 กุมภาพันธ์ โดยมีการโจมตีสถานที่กักเก็บน้ำมันแห่งหนึ่ง ผู้เสียชีวิตรวมไปถึงผู้ปกครองของเด็ก ๆ 3 คน ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ที่เกิดจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่รั่วไหลออกมา

ตำรวจยูเครนเผยแพร่ภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปในอาคารที่พักอาศัยที่กำลังลุกไหม้และช่วยเหลือผู้คนออกมา

นายเซเลนสกีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตผ่านโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ของเขาเมื่อวันเสาร์ 10 กุมภาพันธ์ โดยได้เอ่ยชื่อของเด็กทั้งสามคน

เขากล่าวว่าไม่ควรปล่อยให้ "การก่อการร้ายของรัสเซีย" ลอยนวล เขาเรียกร้องให้รัสเซียรับผิดชอบต่อทุกชีวิตที่รัสเซียคร่าไป

ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ระบุในรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ว่า มีผู้คนอย่างน้อย 8,000 คนในเมืองมาริอูโปลที่น่าจะเสียชีวิตจากการรุกรานของรัสเซีย รัสเซียเข้าควบคุมเมืองนี้ ซึ่งอยู่ในภูมิภาคโดเนตสค์ทางตะวันออกของยูเครน เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 หลังจากการสู้รบอย่างดุเดือด

นายดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ถูกถามเกี่ยวกับรายงานของฮิวแมนไรท์วอทช์ เมื่อวันศุกร์ที่ 9 โดยเขาตอบว่าเขาไม่สามารถบอกได้ว่ารายงานนี้เชื่อถือได้มากแค่ไหนก่อนที่เขาจะได้อ่าน ทั้งยังกล่าวว่ากองกำลังยูเครนใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์และยิงพวกเขาจากด้านหลัง